Powered By Blogger

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังภาคเอกชนไทย–ญี่ปุ่น เดินหน้าสร้างล้งรวบรวมผลผลิตกล้วยหอมทองมาตรฐานส่งออก

 


กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังภาคเอกชนไทย–ญี่ปุ่น ลงพื้นที่นำร่องปลูกกล้วยหอมทองกว่า 100 ไร่ ที่ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ พร้อมเดินหน้าสร้างล้งรวบรวมผลผลิตมาตรฐานส่งออก

   กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน ร่วมกับ  บริษัท พีแอนด์เอฟ เทคโน จำกัด  และ บริษัท Bay Commerce Co.,Ltd. ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตร จากเมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น ลงพื้นที่เพื่อดูความพร้อมแปลงปลูกกล้วยหอมทอง บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ  และจุดที่ใช้สำหรับรวบรวมผลผลิตเพื่อการส่งออก พร้อมสำรวจประเมินคุณภาพผลผลิต มาตรฐานการเพาะปลูก และศักยภาพของเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดประเทศญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมทั้ง ด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัยทางอาหาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับ



ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าภายใน มีความพร้อมในการเดินหน้าสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดทั้งใน และต่างประเทศ รวมทั้งการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เกิดความร่วมมือในการทำมาตรฐานผลผลิตคุณภาพทางการเกษตรตรงตามความต้องการของตลาด เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีปริมาณเพียงพอต่อรอบการจัดส่ง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป


คุณพิมใจ มัตสึโมโต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแอนด์เอฟ เทคโน จำกัด กล่าวว่า เรายังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการจัดหากล้วยหอมทองจากประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นให้ได้ตามโควต้าภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ที่ปริมาณ 8,000 ตัน/ปี แต่ปัจจุบันสามารถทำได้เพียง 3,000 ตัน/ปี ซึ่งยังขาดอีก 5,000 ตัน โดยครั้งนี้มีเป้าหมายว่าจะต้องรวบรวมผลผลิตกล้วยหอมทองของประเทศไทยเพื่อส่งให้ครบเต็มจำนวนโควต้าให้ได้ภายในเดือนเมษายน ปี 2570 นี้

    โดยการลงพื้นที่ตรั้งนี้จึงเป็นความร่วมมือของสมาชิกที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อร่วมติดตามความคืบหน้าของการรวบรวม และตรวจสอบคุณภาพของผลผลิตให้ตรงตามมาตรฐานการส่งออกอย่างใกล้ชิด ในพื้นที่  อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พร้อมทั้งเยี่ยมชมความคืบหน้าโตรงการที่ บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่จะเป็นแหล่งผลิต และเป็นแหล่ง (ล้ง) รวบรวมผลผลิต พร้อมทั้งยังได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้รายละเอียดและหลักเกณฑ์ในการปลูกเพื่อส่งออก

    นอกจานี้ นายคาตาโอกะ ทาคายูกิ ตัวแทนจาก บริษัท Bay Commerce Co.,Ltd. ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตร จากเมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ได้มีโอกาสเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมายังเพื่อดูแปลงปลูกกล้วยในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยหลายครั้ง  ไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว และกล้วยไข่ และเห็นว่ากล้วยหอมทองจากประเทศไทยเป็นที่นิยมสูงในตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการผลไม้เกรดพรีเมียม เนื่องจากมีกลิ่นหอม รสชาติหวาน และเนื้อเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์         แม้ญี่ปุ่นจะนำเข้ากล้วยกว่า 1 ล้านตันต่อปี แต่กล้วยไทยมีจุดเด่นเรื่องรสชาติที่ต่างจากสายพันธุ์ทั่วไป จึงเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเรียกว่าเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูง  ดังนั้นการมาเยือนประเทศไทย และได้ลงพื้นที่แปลงแปลงปลูกทำให้ได้เห็นกระบวนการผลิตตั้งแต่ปลูกไปจนถึงขั้นตอนการบรรจุพร้อมส่งนั้น อีกทั้งการได้ใกล้ชิดกับเกษตรกรในพื้นที่จึงยิ่งทำให้รู้สึกมั้นใจในคุณภาพและมาตรฐานมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ที่ครบวงจรในทุกขั้นตอนจนเกิดผลผลิตคุณภาพมาตรฐานที่พร้อมส่งออกตรงตามความต้องการของตลาดญี่ปุ่นอีกด้วย

   นายภาสวิชญ์ ภูมิรัตนประพิณ หรือ ตะวัน เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 27 ปี ผู้บริหาร บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด และเจ้าของแปลงปลูกกล้วยหอมทองกว่า 100 ไร่ กล่าวว่า ในอนาคตยังมีแผนที่จะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการปลูกเชิงอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีความพร้อมทั้งทางด้านพื้นที่ กำลังทุน เครื่องจักรกลทางการเกษตร และทีมดูแลที่มีประสบการณ์ในการทำเกษตร รวมไปถึงทีมวิศวกรที่จะดูแลเรื่องระบบน้ำ ระบบไฟ ตลอดจนระบบที่จำเป็นตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกไปถึงกระบวนการคัดบรรจุเตรียมส่งออก 


   “พื้นที่แปลงปลูกของเรามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300-500 เมตร สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำท่วมซ้ำซาก สภาพภูมิอากาศเหมาะสม นอกจากนี้เรายังขุดสระกักเก็บน้ำ (บ่อพักน้ำบาดาล) ไว้ใช้ภายในสวนอย่างเพียงพอ และระบบน้ำบาดาล-โซลาร์เซลล์คุณภาพหลายจุดพร้อมระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งาน ถือได้ว่าเราค่อนข้างที่จะมีความพร้อมในทุกด้าน จึงตั้งใจที่จะลงมือทำนำร่องไปก่อน เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่แปลงปลูกกล้วยหอมของเรา เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการลงมือปลูก อีกหนึ่งสิ่งที่ทางเราเสริมความมั่นใจมากขึ้นคือ การสร้างล้งรวบรวมผลผลิต ซึ่งเป็นล้งที่สร้างขึ้นตามมารฐานของทางตลาดญี่ปุ่น เพราะเรามีความตั้งใจจะปลูกเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงพร้อมที่ปรับรูปแบบให้ตรงกับมาตรฐานของผู้ซื้อ”

นางสาวจริยา ภูมิรัตนประพิณ หรือ บุญนี่ หนึ่งในผู้บริหาร บริษัท สุริยนกรีนฟาร์ม จำกัด เผยว่า นอกจากความพร้อมในด้านพื้นที่ และการจัดการแปลงปลูกรวมไปถึงล้งรวบรวมผลผลิต และตลาดรองรับผลผลิตอย่างการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้มองไปถึงตลาดภายในประเทศเพื่อรองรับผลผลิตที่ตกเกรณ์การส่งออก รวมไปถึงการนำกล้วยหอมทองที่ตกเกรดมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งเป็นการเปิดตลาดอีกช่องทางหนึ่ง


  “ตอนนี้เราได้นำกล้วยหอมทองที่ตกเกรดมาทดลองแปรรูปแบบต่าง ๆ ดูบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอมทองอบแห้ง กล้วยชุบช็อกโกแลต กล้วยหนึบอัลมอนด์ รวมไปถึงการออกแบบโลโก้ และบรรจุภัณฑ์ไว้ด้วย เราพยายามที่จะเพิ่มมูลค่า และกระจายผลผลิตทุกเกรดไปยังตลาดต่าง ๆ มากขึ้นโดยที่ไม่ได้พึ่งการส่งออกเพี่ยงอย่างเดียว”

   อย่างไรก็ตามแม้ผู้บริโภค และตลาดญี่ปุ่นจะเปิดรับเพียงใด แต่ปัจจุบันประเทศไทยเรายังไม่สามารถผลิตกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นได้เต็มจำนวนภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชนจึงได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งส่งเสริมผลักดันในเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เหมาะสมเกิดการร่วมกลุ่มและผลิต ทั้งนี้นอกจะช่วยรักษาโคต้าการส่งออกกล้วยหอมทองไปญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นการผลักดันสินค้าเกษตรไทยไปยังตลาดต่างประเทศด้วย.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เกษตรฯ ตั้งเป้าลดโรคใบด่างมันสำปะหลัง 30% ดัน 6 แนวทางสู่การปฏิบัติ โชว์ “แปลงใหญ่มันสำปะหลังพุประดู่พัฒนา ใช้นวัตกรรมสู่บริษัทเกษตรกร

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การป้องกันและควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตั้งเป้าลดพื้นที่การร...