ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย
นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนเรศ
ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล
ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายอัครา พรหมเผ่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
(MOU)ว่าด้วย การส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ยางพาราในภาครัฐ ระหว่าง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการยางแห่งประเทศไทย ณ
ห้องประชุมธารทิพย์ 01 อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ
เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศ การสร้างเสถียรภาพราคายางพารา
และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางและประชาชน
ผ่านการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ยางพาราในรูปแบบต่าง ๆ
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้
เป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้ยางพาราไทยนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง เป็นรูปธรรม
และมีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จะทำหน้าที่ประสานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศให้ได้มากที่สุดและต้องมีความยั่งยืน
ทั้งการนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมด้านเกษตร การศึกษา กีฬา การท่องเที่ยว
การพัฒนาสังคม โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงขยายการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราในภาคส่วนต่าง ๆ
ของสังคมไทย นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังวางนโยบายขยายตลาดยางพาราไทย
ไปยังเป้าหมายหลักในหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างประเทศจีน
ควบคู่ไปกับการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศ ทั้งนี้
กระบวนการดำเนินงานภายใต้ MOU
จะมีการรับซื้อและเปลี่ยนยางรถยนต์ที่จะให้ใช้ยางของการยางแห่งประเทศไทย
(กยท.) เท่านั้น โดยลำดับแรกจะเร่งออกระเบียบที่เกี่ยวข้อง และยังมีกระบวนการอื่น ๆ
ที่ต้องดำเนินการให้หน่วยงานภาครัฐเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ยางพาราจากของ กยท. เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
“ความร่วมมือระดับ 4 กระทรวงครั้งนี้ จะช่วยสร้างเสถียรภาพราคายาง ลดพึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบ และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่พี่น้องชาวสวนยาง ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ยางพาราไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ที่สำคัญ คือ การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนางานยางพาราทั้งระบบ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของไทยให้มีความยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ภายหลังลงนาม MOU แล้ว การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เตรียมรับซื้อน้ำยางสดทันที เพื่อส่งไปยังโรงงานในกำกับใช้เป็นส่วนผสมในอุตสาหกรรมยางล้อ และใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตท่อ และทุ่นลอยน้ำเพื่อใช้ในงานระบบระบายน้ำชลประทาน ซึ่งจะเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางพาราในตลาดและทำให้ราคายางขยับสูงขึ้นได้อย่างแน่นอน ในส่วนความร่วมมือจากกระทรวง พม. เตรียมแผนนำยางไปใช้ผลิตเป็นไม้เท้าสำหรับผู้พิการทางสายตา กระทรวงการท่องเที่ยวฯ นำยางไปผลิตเป็นอุปกรณ์กีฬา และของชำร่วยสำหรับนักท่องเที่ยว ขณะที่กระทรวงศึกษาฯ เตรียมแผนนำไปผลิตเป็นหมอนยางพาราเพื่อใช้ในโรงเรียนประจำ รวมถึงผลิตเป็นอุปกรณ์ใช้ในการศึกษาอีกด้วย” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าว
นอกจากนี้
กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายทันที โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ
โครงการเครือข่ายงานวิจัย ทดสอบและวิเคราะห์คุณภาพ ระหว่าง การยางแห่งประเทศไทย
กับ กรมชลประทาน เพื่อเผยแพร่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านงานวิจัย และบูรณาการงานวิจัยร่วมกัน
ซึ่งเน้นการศึกษาคุณสมบัติ วิเคราะห์ และพัฒนาวัสดุที่มีส่วนผสมของยางเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานด้านชลประทานอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น