Powered By Blogger

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

สจล. จับมือ สถาบันทิวา พร้อมพันธมิตร14 องค์กรยักษ์ใหญ่ ผนึกกำลังพลิกโฉมประเทศ

   


ก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืน: สจล. ร่วมกับ สถาบันทิวา และ 14 องค์กรพันธมิตร ลุยโปรเจกต์ยักษ์  SALE to SDGs’ บูรณาการนวัตกรรมอารยเกษตรผสาน AI ปั้นสังคมสุขพอดีรับมือวิกฤตโลก

     สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระยะเวลา 5 ปี ร่วมกับ สถาบันทิวา (TVA) และ 14 องค์กรภาคีเครือข่ายชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน ประกาศขับเคลื่อนโครงการ SALE to SDGs (Sustainable Agronomy Longevity Ecovillage to Sustainable Development Goals) มุ่งสร้างโมเดลชุมชนสุขยืนยาวตามหลัก "อารยเกษตร" ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผสานคลังปัญญานวัตกรรม 'สจล.' ผสานความร่วมมือเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของสถาบันทิวา




📌 ไม่ใช่แค่ MOU บนกระดาษ แต่คือการขยาย "ความสำเร็จ" สู่สังคมจริง

     รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. เปิดเผยถึงเบื้องลึกของการผนึกกำลังครั้งนี้ว่า "วันนี้ไม่ใช่การเซ็น MOU ทั่วไป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลหลังจากที่เราได้ทำงานร่วมกับสถาบันทิวามาถึง 5 ปี เรามีเคสที่ลงมือทำจริงและประสบความสำเร็จแล้ว การลงนามครั้งนี้คือการนำเคสเหล่านั้นมาผลักดันเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม" 

     รศ.ดร.คมสัน เน้นย้ำว่า ช่องโหว่สำคัญที่ผ่านมาคือ ภาควิชาการและชุมชนมักขาดองค์ประกอบด้านการขับเคลื่อนธุรกิจ เช่น ชุมชนสามารถผลิตเกษตรอินทรีย์ได้ แต่ไม่รู้จะจัดการด้านการตลาดหรือการขนส่งอย่างไรให้ไปรอด ความร่วมมือกับสถาบันทิวาและภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญในทุกกลุ่มธุรกิจ (Business Unit) จะเข้ามาอุดช่องโหว่นี้ ทำให้เกิดระบบนิเวศ (Ecosystem) แบบครบวงจร ทั้งงานวิจัย อุตสาหกรรม การลงทุน โลจิสติกส์ และการตลาด ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวก (Real Impact) ให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ สจล. ยังเตรียมจัดงาน“ลาดกระบังนิทรรศน์ 69” จะจัดระหว่างวันที่ 24 – 30 สิงหาคม 2569 ณ สจล. เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และสังคม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านนวัตกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในภาคส่วนต่างๆ ต่อไป


    ด้าน นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา (TVA) และประธาน TVA Corporation กล่าวเสริมว่า การลงนามครั้งนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะเป็นการบูรณาการร่วมกันของ "ทุกคณะ" ใน สจล. และ "ทุกองค์กรเครือข่าย" ของสถาบันทิวา เพื่อให้งานบรรลุผลสูงสุด

    "สถาบันทิวาได้ทำงานร่วมกับลาดกระบังมา 5 ปีแล้ว เราตั้งเป้าที่จะใช้เวทีใหญ่อย่าง 'งานลาดกระบังนิทรรศน์ 2026' เป็นจุดประกายในการนำเสนอทางออกให้กับประเทศ ท่ามกลางวิกฤตที่โลกกำลังเผชิญ ทั้งภัยสงคราม การดิสรัปต์ของ AI และปัญหาเศรษฐกิจ หากมีการบูรณาการระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาอย่างจริงจัง จะก่อให้เกิดทักษะที่นำไปใช้ได้จริง (Real Skill) ซึ่งเมื่อคนเราพัฒนาตัวเองได้ถูกจุด ทางรอดจากวิกฤตต่างๆ ก็จะตามมา"

📌 ชูโปรเจกต์นำร่อง "Grow Longevity Ecovillage" อาหารปลอดภัย-ชีวิตยั่งยืน

     นายชยดิฐ กล่าวย้ำว่า หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของความร่วมมือตลอด 5 ปีที่ผ่านมาและกำลังจะถูกยกระดับขึ้น คือโครงการ Grow Longevity Ecovillage ซึ่งนี่คือ "ทางออกของประเทศไทย" โดยใช้แนวคิดพื้นฐานคือ Forest, Farm, Food (ป่า ฟาร์ม อาหาร) ผสานเข้ากับจุดแข็งของ สจล. ทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์และด้านเทคโนโลยีเกษตร เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ผู้คนสามารถพักพิงและผลิตอาหารที่ปลอดภัยได้จริง ตอบโจทย์ทั้งผู้ปลูกและความปลอดภัยของผู้บริโภคทั่วไป

📌 เจาะลึก 6 มิติความร่วมมือ พลิกโฉมชุมชนและภาคการเกษตรไทย (พ.ศ. 2569 - 2574)

      การขับเคลื่อนโครงการ SALE to SDGs ครอบคลุมการบูรณาการใน 6 ด้านหลัก ได้แก่:

1. ลุยพื้นที่นำร่องสร้างโมเดลชุมชน: เดินหน้าสร้างชุมชนสุขยืนยาวตามหลักอารยเกษตร ในพื้นที่ของสถาบันและพื้นที่เครือข่าญ

2. วิจัยและนวัตกรรม 'จากหิ้งสู่ห้าง': พัฒนาองค์ความรู้ครบวงจร ทั้งด้านอายุรเวช เกษตรสมัยใหม่ สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมชุมชน โดยใช้ AI สร้าง Smart Ecosystem เป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่ใช้งานได้จริง

3. ปั้นคนรับโลกยุคใหม่ (Reskill, Upskill, Real Skill): ยกระดับการศึกษาผ่านหลักสูตรแห่งอนาคต เช่น AIOT เพื่อเกษตรอินทรีย์ครบวงจร, AI Digital Transformation, และ Longevity Healing Center

4. บริการวิชาการและวิชาชีพเชิงรุก: นำองค์ความรู้ลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ร่วมกับภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และสื่อมวลชน พร้อมจัดเสวนาขยายผลความสำเร็จ

5. สร้าง Business-Culture Synergy: เปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมเป็นสินค้า Soft Power และ Creative Content โดยใช้ สจล. เป็นศูนย์กลางวิจัย ผสานทุนและช่องทางตลาดจากเอกชน

6. สื่อสารความสำเร็จสู่เวทีโลก: เตรียมโชว์โมเดลชุมชนสุขยืนยาวระดับชาติและนานาชาติ ในงานลาดกระบังนิทรรศน์ 2026 และ Thailand Economic Forum

📌 14 องค์กรยักษ์ใหญ่ ผนึกกำลังพลิกโฉมประเทศ


 การลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร คณบดี สจล. ร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมกับ 14 องค์กรภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย:

สถาบันที่ปรึกษาการจัดการแห่งประเทศไทย (IMC Thailand) , สถาบัน Ecovillage Transition Asia Institute (ETA)

 , สถาบันพัฒนาเมืองและนโยบายสาธารณะ (CTPI)   , สถาบัน FKII Thailand (Field for Knowledge Integration and Innovation) สถาบัน FN Academy  ,  บริษัท ทิวา คอร์ปอเรชั่น จำกัด  ,  บริษัท โกร อีโควิลเลจ จำกัด  ,  บริษัท จีเซเว่น อิงค์ จำกัด  , บริษัท เฮดแอนด์ฮาร์ท ครีเอทีฟแอนด์สตราทีจิคโซลูชั่น จำกัด  ,  บริษัท รีบาวด์ จำกัด  , บริษัท แมนดาล่า โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ,   Cyberplex Solutions Private Limited Company , บริษัท คิงดี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟต์แวร์ กรุ๊ป จำกัด และ ริษัท ซอร์สโค้ด จำกัด


📌 บทสรุป: สู่เป้าหมาย "สังคมสุขพอดี"

     ในช่วงท้าย รศ.ดร.คมสัน ได้ฝากข้อคิดที่น่าสนใจว่า "ในโลกยุควิกฤต หากเรา 'ตั้งสติ' มีความระลึกรู้ถึงปัญหา เราจะสามารถแก้ไขและบรรเทาสิ่งต่างๆ ได้ หากเรามีความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ดึงเอาพลังและเครือข่ายมาดูแลซึ่งกันและกัน ยึดหลักความพอดีพอเพียง ก็จะทำให้สังคมน่าอยู่และสามารถผ่านพ้นทุกวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้"

      สอดคล้องกับมุมมองของ นายชยดิฐ ที่สรุปถึงหัวใจของความร่วมมือนี้ว่า "การประสานงานระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษาคือเสาหลักสำคัญ การสร้าง 'สังคมพอดี' คือสังคมที่ไม่มากไปและไม่น้อยไป เป็นสังคมทุนนิยมแบบเกื้อกูลที่มีความแบ่งปัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน หรือที่เราเรียกว่า สังคมสุขพอดี"


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เกษตรฯ ตั้งเป้าลดโรคใบด่างมันสำปะหลัง 30% ดัน 6 แนวทางสู่การปฏิบัติ โชว์ “แปลงใหญ่มันสำปะหลังพุประดู่พัฒนา ใช้นวัตกรรมสู่บริษัทเกษตรกร

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การป้องกันและควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตั้งเป้าลดพื้นที่การร...